ประวัติความเป็นมา ของครีมจุฬาลักษมี หรือชื่อเดิม ครีมหมอจุฬา ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ของแท้จากร้านเป็นอย่างไร รวมทั้งสรรพคุณ และของปลอม มีอันตรายอย่างไร รวบรวมไว้ที่นี้แล้วครับ อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้เลย
ประวัติของครีม จุฬาลักษมี ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร
แรกเริ่มเดิมที่ชื่อแรก ที่ขายกันในท้องตลาด คือ "ครีมหมอจุฬา" โดยมีฉลากเขียนว่า "ครีมรักษาสิว-ฝ้า หน้าขาว" ผลิตโดย "หมอจุฬาฯ" โรงงานที่ทำขายตอนแรกคงไม่ได้คิดว่าจะได้รับการตอบรับดีเพียงนี้ ถึงทำฉลาก และบรรจุพรรณ แบบธรรมดาๆ แต่เพราะความธรรมดา นั้นเอง เมื่อได้รับความนิยมมากขึ้น ก็มีคน copy ไปขายทั้งทำครีมให้เจือจางโดยผสมแป้งเพิ่มเข้าไป หรือใช้สารอันตรายทำก็มี (เพื่อให้ขาวเร็ว) ทำให้ครีมหมอจุฬา ปลอมหลายแบบถูก อย. ประกาศเป็นสารอันตราย คนขายครีมหมอจุฬา ของแท้ก็พลอยได้รับผลกระทบไปด้วย โรงงานจะเปลี่ยนตอนหลังก็ทำได้ยาก เพราะลูกค้าติด กับฉลากกับกระปุกแบบนี้ไปแล้ว
ปัญหาที่ตามมาคือ เมื่อลูกค้าไปเจอของที่ copy ไปก็จะมีคำแปลกๆ โผล่มาเช่น "ศูนย์วิจัยหมอจุฬา" , "จุฬา" และ ฯลฯ สุดแต่คน copy จะไปตั้ง ทำให้ลูกค้าสับสนมาก ในการเลือกหาสินค้าของแท้ ตอนนั้นยอมรับครับว่ามีความลำบากในการขาย เนื่องจากปัญหานี้เยอะ หลายๆ เว็บ จึงส่งครีมไปตรวจกับ กรมวิทยาศาสตร์ เอง เพื่อให้ดูว่า สินค้าไม่มีสารอันตราย รวมทั้งเว็บเราด้วย
การขายก็ทำอย่างไม่สบายใจมาตลอด เพราะข่าวก็ชอบออกว่าจับ ครีมหมอจุฬา ได้บ้าง มีสารอันตราย อยู่เนื่องๆ คนเอาไปขายก็ ร้อนๆ หนาวๆ จนมาช่วงกลางปี 2553 ก็ต้องมาสะดุดอีกรอบกับชื่อ ที่ไปมีปัญหากับ ชื่อที่ หจก. ที่ลพบุรี จดทะเบียนไว้ ทำให้ต้องทำการเปลี่ยนชื่อ อีกรอบ จาก "ครีมรักษาสิว-ฝ้า หน้าขาว" เป็น "ครีมสมุนไพร" อยู่ช่วงนึง ก็ได้รับผลกระทบพอสมควรเพราะลูกค้า มักคิดว่า ไม่ใช่ครีมเดิม ทั้งที่ ทางเราก็อธิบายให้ฟังแล้ว ทำให้ลูกค้าลังเลในการซื้อสินค้า แต่สำหรับลูกค้าเก่าๆ หลายๆ ท่านก็ ไม่มีปัญหาอะไร ตรงนี้ก็ต้องขอขอบคุณที่ ตามกันมาตลอด
หลังจากการเปลี่ยนฉลาก ไม่นาน ก็มาเจอกับกฏหมาย ที่ อย. ระบุ ว่าต้องขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง ทุกประเภท ไม่มีข้อยกเว้น ทางโรงงานจึงจดทะเบียนกับ อย. 3 ชื่อด้วยกัน 1. จุฬาลักษมี 2. พรลักษมี 3. จุฬาลักษณ์ ให้ตัวแทนขายได้เลือกกัน แต่ชื่อคงจะไม่โดนใจถึงมีการเปลี่ยนชื่อ มาถึง 3 ชื่อ และสุดท้าย โรงงานก็จัดผลิต ฉลากใหม่ภายใต้ชื่อ จุฬาลักษมี จึงเป็นที่มา ของครีมในหลายๆ เว็บ ที่ใช้ชื่อ จุฬาลักษมี รวมทั้งทางเราด้วยช่วงนึง ประมาณ ต้นมกราคม 2554 ถึง กลางมีนาคม 2554 ทางเราก็ใช้จุฬาลักษมี หลังจากนั้น จนถึง สิงหาคม 2554 เราใช้ชื่อ จุฬาลักษณ์ แต่แล้วปัญหาก็เกิดอีกรอบ โดยโรงงานยกเลิกชื่อ จุฬาลักษณ์ และพรลักษมี ออก คงไว้แต่ชื่อจุฬาลักษมี ประกอบกับมีร้านค้าบางร้าน จดชื่อ จุฬาลักษณ์ ไปทำให้เราไม่สามารถใช้ชื่อ จุฬาลักษณ์ ได้ต่อนะครับ จึงจำเป็นต้องกลับมาใช้ชื่อ จุฬาลักษมี อีกครั้ง
เราเข้าใจว่าลูกค้าสับสนมากกับสินค้าในช่วงหลังนี้ แต่ยืนยันว่าครีมเป็นตัวเดิม และรับจากโรงงานเดิมตลอด ไม่มีการบรรจุใหม่เพื่อเติมหรือเพิ่มสิ่งใดๆลงในครีม
ครีมจุฬาลักษมี หรือชื่อเดิม ครีมหมอจุฬา ของแท้นั้นต้องมีลักษณะดังนี้
ครีมหมอจุฬา ก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงฉลากมีการปลอมกันมาก ในข้อมูลส่วนตรงนี้ไม่รวมถึงตัวแทนขายบางเจ้าที่ยังใช้ฉลากแบบเดิมอยู่นะครับ ทางเราหมายถึงครีมปลอมที่เป็นอันตราย และไม่ได้มาจากโรงงานนี้นะครับ
ปัจจุบันเครื่องสำอางค์ ราคาถูก แต่มีคุณภาพสูง มีมากในตลาด แต่อยู่ที่ การเลือกซื้อ ของผู้บริโภคเอง รวมทั้งความมักง่ายในการ copy สินค้าที่ติดตลาดขายดี มีคุณภาพ เพื่อลดต้นทุน ทำให้อันตรายตกกับผู้บริโภคสินค้า เช่น ครีมจุฬา ครีมหมอจุฬา ถูก copy มากมายหลายรูปแบบ ทั้งที่ไม่มีอันตราย (ไม่มีอะไรเลยมีแต่เนื้อครีมที่เป็นแป้ง) และที่มีอันตราย (มีทั้งไฮโดรควิโนน ปรอท กรดวิตามินเอ สเตียรอยด์) การเลือกซื้อจึงเป็นสิ่งสำคัญ ทางเราจะไม่ขอบอกว่า ปลอม หรือ ไม่ใช่ของแท้ เพราะบรรจุภัณฑ์ สามารถเปลี่ยนกันได้ แต่ที่นำมาให้ดูเพราะบางตัว อย. ตรวจพบสารต้องห้ามอันตราย เราจึงไม่แนะนำ เหตุผลที่บรรจุภัณฑ์ของครีมหมอจุฬา มีการถูก copy เยอะ เนื่องจากคุณภาพที่ดีมาก ในการรักษาสิว ฝ้า กระ และบรรจุภัณฑ์ ตอนแรกเริ่ม เป็นแบบง่ายๆ แต่กว่าจะรู้ว่าสินค้าติดตลาด รูปแบบบรรจุภัณฑ์ ง่ายๆ นั้นเป็นที่ติดตาผู้บริโภคไปแล้ว ทำให้ต้องคง รูปแบบไว้จนปัจจุบัน ทำให้สามารถ copy ได้ง่าย และมีบางร้าน นำตัวเนื้อครีมของแท้ไปผสมแป้ง เพื่อเพิ่มปริมาณ แล้วบรรจุใหม่ เพื่อให้ได้ปริมาณมากขึ้น จึงไม่สามารถสรุปได้ว่า ของที่อื่นเป็นของปลอมหรือไม่ ให้เน้นดูที่ว่า ร้านค้ามีความน่าเชื่อถือ มีใบรับรองการตรวจหาสารอันตราย และสินค้าที่มี อย. ของปลอมนอกจากจะเสียเงินโดยไม่ได้อะไรกลับมาแล้ว ยังอาจมีผลเสียแถมมาด้วย หากมี สารต้องห้าม ที่ อย. ระบุไว้
ทำให้เกิดการแพ้ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบ และไตอักเสบ
ทำให้เกิดการแพ้ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย
ใช้แล้วหน้าแดง แพ้รุนแรง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ และผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง (หากใช้ในปริมาณน้อยจะช่วยรักษาสิวได้จริง แต่หากใช้กรดวิตามินเอต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เฉพาะทาง)
ทำให้ผิวหนังบางลงเกิดเส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายทำให้เห็นผิวหนังแดงอยู่ตลอดเวลา กระบวนการสร้างคอลลาเจนเสียไป ผลที่สังเกตได้คือ เกิดรอยแตก รอยแยกบนผิวหนัง หากใช้เป็นเวลานานผิวหนังจะมีสีจางลงทำให้เกิดด่างขาว
เป็นตัวยาประเภทหนึ่งในกลุ่มของ สเตียรอยด์ ประโยชน์ใช้เพื่อช่วยแก้ผิวหนังอักเสบ ได้ผลดี แต่ต้องใช้โดยแพทย์สั่ง ทำให้หากใช้โดยไม่ได้เป็นการสั่งจากแพทย์จะมีอันตรายสูงมาก
เป็นตัวยาประเภทหนึ่งในกลุ่มของ สเตียรอยด์ เช่นกัน ทำงานกดระบบประสาท ทำให้ร่างกายติดเชื้อได้ง่าย กระทบกับหลายๆส่วนในร่างกาย การใช้ยาประเภทนี้ต้องสั่งโดยแพทย์เท่านั้น
อย่าเสี่ยงกับของปลอมที่ไม่ปลอดภัย เพียงเพราะราคาถูกเลยครับ